วิทยุออนไลน์ 92.75

“คนละครึ่ง พลัส” เปิดให้ร้านค้าลงทะเบียน 15 ต.ค. 68 ย้ำไม่ถูกเก็บภาษีย้อนหลัง เตรียมเปิดเฟส 2 รอบตกหล่น

โครงการ “คนละครึ่ง พลัส” เป็นโครงการสำคัญเร่งด่วนของรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงปลายปี 2568 สร้างรายได้ ลดรายจ่ายให้กับประชาชน และยังช่วยสร้างความเข้มแข็งให้แก่ผู้ประกอบการโดยจะเปิดให้ร้านค้าและผู้ประกอบการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม - 19 ธันวาคม 2568 ผ่าน www.คนละครึ่งพลัhttp://xn--73c.com/ โดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ยืนยันว่าจะไม่มีการส่งต่อข้อมูลให้กรมสรรพากร และไม่มีการเรียกเก็บภาษีย้อนหลังแก่ร้านค้าอย่างแน่นอน ส่วนประชาชนลงทะเบียนร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันที่ 20 - 26 ตุลาคม 2568 ใช้จ่ายได้ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2568 ส่วนการใช้บริการ Food Delivery เริ่มใช้ได้ตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายน - 31 ธันวาคม 2568 ผ่านแอปพลิเคชัน เป๋าตัง ส่วนผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รัฐบาลจะเติมวงเงินเพิ่มให้เดือนละ 850 บาท ในเดือนพฤศจิกายนและธันวาคม 2568 ส่วนข้อกังวลในกลุ่มที่อาจมีปัญหาในการลงทะเบียน นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า จะเปิดให้ลงทะเบียนรอบใหม่ใน เฟส 2 โดยจะประกาศวันและขั้นตอนที่ชัดเจนอีกครั้งหลังจบเฟสแรก นอกจากนี้รัฐบาลกำลังทบทวนให้มีการลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่แก่ผู้ที่ไม่เคยลงทะเบียนมาก่อน เพื่อให้คนกลุ่มนี้สามารถเข้าถึงสิทธิ์ได้โดยไม่ตกหล่น

โครงการ “คนละครึ่ง พลัส” เป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ได้แถลงต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2568 เพื่อสร้างรายได้ ลดรายจ่ายให้กับประชาชนในการใช้ชีวิตประจำวัน ให้ประชาชนได้มีกำลังในการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น โดยนายอนุทิน ย้ำว่าโครงการ “คนละครึ่ง พลัส” จะเป็นการเร่งวางรากฐานเศรษฐกิจให้มั่นคงและกระจายรายได้สู่ประชาชน โดยเฉพาะช่วงปลายปีนี้ ขณะเดียวกันยังเปิดโอกาสให้ร้านค้าขนาดเล็ก วิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการรายย่อยทั่วประเทศเข้าร่วมโครงการได้อย่างทั่วถึง เป็นการสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อยให้เข้มแข็งขึ้น

สำหรับร้านค้า และผู้ประกอบการรายย่อย โครงการครั้งนี้ได้เพิ่มกลุ่มร้านค้านิติบุคคล Micro SMEs (ร้านค้านิติบุคคลขนาดเล็กที่มีรายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี) ให้เข้าร่วมโครงการได้ สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม - 19 ธันวาคม 2568 ผ่าน www.คนละครึ่งพลัhttp://xn--73c.com/ ส่วนประชาชนทั่วไป ลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 20 - 26 ตุลาคม 2568 (เวลา 06.00 - 22.00 น.) ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” และใช้จ่ายได้ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม - 31 ธันวาคม 2568 (เวลา 06.00 - 23.00 น.) ผ่านแอปพลิเคชัน เป๋าตัง ส่วนการใช้บริการ Food Delivery เริ่มใช้ได้ตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายน - 31 ธันวาคม 2568 (เวลา 06.00 - 21.00 น.)

ส่วนข้อกังวลของร้านค้าและผู้ประกอบการที่กลัวว่าอาจถูกตรวจสอบภาษีย้อนหลังจากกรมสรรพากรนั้นนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า เงื่อนไขที่รัฐบาลตกลงร่วมกับภาคส่วนต่าง ๆ คือ การรักษาความลับของข้อมูลผู้ประกอบการและร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการอย่างเคร่งครัด ยืนยันว่า ข้อมูลต่าง ๆ ที่ใช้ในโครงการดังกล่าวจะถือเป็นข้อมูลลับ จะไม่มีการเปิดเผยไปยังบุคคลภายนอก และที่สำคัญคือ จะไม่มีการส่งต่อข้อมูลเหล่านี้ให้กับกรมสรรพากร

สำหรับข้อกังวลในกลุ่มที่อาจจะมีปัญหาในการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่ง พลัส” ในวันที่ 20 ตุลาคม 2568 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า จะมีการเปิดให้ลงทะเบียนรอบใหม่ใน “เฟส 2” เพื่อรองรับผู้ที่ตกหล่นจากการลงทะเบียนรอบแรก ส่วนการเติมเงินเข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งรัฐบาลกำลังทบทวนเพื่อเปิดให้มีการลงทะเบียนเพิ่มเติมรอบใหม่ เพื่อให้คนกลุ่มนี้สามารถเข้ารับสิทธิ์ได้โดยไม่ตกหล่น

ทั้งนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานดูแลประชาชนอย่างทั่วถึง โดยรัฐบาลไม่อยากให้ใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ทุกคนต้องสามารถเข้าถึงสิทธิ์ตามนโยบายได้จริง เพื่อให้เงินช่วยเหลือหมุนเวียนถึงมือประชาชน

ทั้งนี้ โครงการ “คนละครึ่ง พลัส” ที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2568 จะเปิดให้ลงทะเบียนผ่านแอป “เป๋าตัง” ระหว่างวันที่ 20–26 ตุลาคม 2568 โดยผู้มีสิทธิ์ต้องเป็นคนไทยอายุ 16 ปีขึ้นไป และไม่เป็น

ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในปัจจุบัน จะได้รับสิทธิ์ร่วมจ่ายกับรัฐ 50% ไม่เกิน 200 บาทต่อวัน เริ่มใช้ได้ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2568 โดยกลุ่มผู้ที่อยู่ในระบบภาษี 11 ล้านคน จะได้รับวงเงินคนละ 2,400 บาท และกลุ่มผู้ไม่ได้อยู่ในระบบภาษี หรือประชาชนทั่วไป 9 ล้านคน ได้รับวงเงินคนละ 2,000 บาท

สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจำนวน 13.4 ล้านคน ยังคงได้รับเงินช่วยเหลือตามปกติ พร้อมเพิ่มวงเงินอีกเดือนละ 850 บาท ในเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2568 รวมเป็นเงินช่วยเหลือเดือนละ 1,150 บาท

เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพช่วงปลายปี

รัฐบาลเชื่อมั่นว่าการดำเนินโครงการ “คนละครึ่ง พลัส” จะทำให้มีเงินหมุนเวียนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจจำนวนประมาณ 88,000 ล้านบาท ช่วยกระตุ้นให้เศรษฐกิจขยายตัวเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 0.21 - 0.22 ขณะที่การเติมเงินให้กับผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะส่งผลให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจในช่วงปลายปี 2568

ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจประเทศโดยรวม คาดว่าจะส่งผลให้ GDP ขยายตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 0.07-0.08% ต่อปี เมื่อเทียบกับกรณีไม่มีโครงการ

#คนละครึ่งพลัสเปิดให้ร้านค้าลงทะเบียน15ตุลาคม68 #ร้านค้าไม่ถูกเก็บภาษีย้อนหลัง #เตรียมเปิดคนละครึ่งพลัสเฟส2รอบตกหล่น #กระทรวงการคลัง #4เดือนทำทันที #นโยบายรัฐบาล20กระทรวง


Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar